วันศุกร์ที่ 10 เมษายน พ.ศ. 2552

เปิบข้าว จิตร ภูมิศักดิ์

เปิบข้าวทุกคราวคำ จงสูจำเป็นอาจิณ
เหงื่อกูที่สูกิน จึงก่อเกิดมาเป็นคน
ข้าวนี้น่ะมีรส ให้ชนชิมทุกชั้นชน
เบื้องหลังสิทุกข์ทน และขมขื่นจนเขียวคาว
จากแรงมาเป็นรวง ระยะทางนั้นเหยียดยาว
จากรวงเป็นเม็ดพราว ล้วนทุกข์ยากลำเค็ญเข็ญ
เหงื่อหยดสักกี่หยาด ทุกหยดหยาดล้วนยากเข็ญ
ปูดโปนกี่เส้นอ็น จึงแปรรวงมาเปิบกิน
น้ำเหงื่อที่เรื่อแดง และน้ำแรงอันหลั่งริน
สายเลือดกูทั้งสิ้น ที่สูซดกำซาบฟัน................

จากบทกลอนอันนี้คงจะบอกอะไร ?วิถีแห่งชีวิต? ความอัดอั้นและทุกข์ทนของชนชั้นรากหญ้านั่นหรือ?ที่ใครๆก็กล่าวหาว่าเป็นเพียงชนชั้นที่ไม่มีคุณภาพ...การได้มาซึ่งประชาธิปไตยจากเสียงของชนชั้นรากหญ้านั้นไร้ซึ่งคุณภาพ........
ถ้าหากไม่มีชนชั้นเหล่านั้นเล่าพวกเจ้าจักรู้สึกเช่นใด....หากแต่ชนชั้นนี้มิใช่เล่าที่ให้เจ้าได้เปิบข้าวอยู่ทุกวัน...
หากแต่ชนชั้นนี้มิใช่ดอกหรือที่อดทน ตากแดด ตาก ฝน ทนความเหนื่อยล้าเพื่อจะได้ข้าวแต่ละเม็ดให้เจ้าได้กิน....ชนชั้นนี้มิใช่ดอกหรือที่เจ้าดูถูก เหยียดหยาม....ชนชั้นนีมิใช่ดอกหรือที่พวกเจ้ามิต้องการให้ได้มาซึ่งสิทธิเท่าเทืยมกัน....การตอบแทนต่อชนชั้นนี้ ที่เป็นเหมือนฐานกำลังให้เจ้าได้เติบโต....เจ้าตอบแทนพวกเค้าด้วยอะไร.....แม้นว่าพวกเค้าจักมิได้มีทรัพย์ สิน เงินทอง อำนาจ บารมีที่ยิ่งใหม่ดังเช่นที่พวกเจ้ามี...แต่ชนชั้นเหล่านี้มิใช่ดอกหรือที่ทำให้เจ้าดำรงอยู่ได้ทุกวันนี้..............
By Patcharee Nakkarin

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น